|
|
|
 |
เป็นคอนกรีตที่เหมาะสมสำหรับการต้านทานต่อการขัดสีสึกกร่อน และการขูดขีด ตามมาตรฐานของสมาคมคอนกรีตอเมริกันมาตรฐานเลขที่ ACI 302.1R-04 Guide for Concrete Floor and Slab Construction โดยอาศัยหลักการเพิ่มความแกร่งที่เนื้อคอนกรีตด้วยการเพิ่มกำลังการรับแรงขัดสีสึกกร่อน และลดอัตราการเกิดการหดตัวแบบพลาสติก และแบบแห้งของคอนกรีต เพื่อรองรับงานพื้นคอนกรีตที่ต้องทนต่อการขูดขีดทุกประเภท เช่น งานพื้นคอนกรีตสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม และรวมไปถึงงานพื้นคอนกรีตอื่นๆที่ต้องการความเรียบ และทนทานการขัดสีสึกกร่อนเป็นพิเศษ
|
คอนกรีตสำหรับงานพื้นแกร่ง ออกแบบให้มีค่าความยุบตัวเท่ากับ 17.5+/-2.5 เซนติเมตร เพื่อความง่ายในการเทหล่อ และปาดหน้าเรียบ ยังออกแบบมาให้มีค่าการเยิ้มที่ผิวหน้าคอนกรีตต่ำ เพื่อลดปัญหาการแตกร้าวที่ผิวหน้าคอนกรีต และมีค่ากำลังอัดทั้งในช่วงอายุต้น และปลายที่เหมาะสำหรับการทนทานต่อการขูดขีด และขัดสีสึกกร่อนเนื่องจากการใช้งาน เพื่อให้พื้นคอนกรีตสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
|
|
|
1. ห้ามผสมน้ำเพิ่มที่หน้างาน เนื่องจากจะทำให้ความสามารถในการรับแรงขัดสีสึกกร่อนของคอนกรีตลดลง และอาจเกิดปัญหาฝุ่นที่ผิวหน้าคอนกรีต และคอนกรีตแตกร้าวเนื่องจากการหดตัว
2. หลีกเลี่ยงการเทคอนกรีตในอากาศร้อนจัด หรือ กลางแสงแดดจัด เพื่อป้องกันการสูญเสียค่าการยุบตัวของคอนกรีตอย่างรวดเร็ว การแตกร้าวเนื่องจากการสูญเสียน้ำในเนื้อคอนกรีต หากจำเป็นต้องเทคอนกรีตในช่วงเวลาดังกล่าว ให้บ่มคอนกรีตทันทีเพื่อป้องกันไม่ได้น้ำที่ผิวคอนกรีตระเหยไปอย่างรวดเร็ว
3. หลีกเลี่ยงการเทคอนกรีตในขณะฝนตกเพื่อป้องกันการชะล้างผิวหน้าคอนกรีต
หลังจากที่คอนกรีตแข็งตัวแล้วควรมีการบ่มคอนกรีตที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำของคอนกรีต ส่งผลให้ลดปัญหาในเรื่องของการแตกร้าวของคอนกรีตเนื่องจากการหดตัว และทำให้การพัฒนากำลังอัดคอนกรีตเกิดได้อย่างสมบูรณ์เพื่อให้พื้นผิวหน้าคอนกรีต สามารถรับแรงขัดสีสึกกร่อนอย่างมีประสิทธิภาพ จึงจำเป็นต้องมีการขัดผิวหน้าคอนกรีตที่เหมาะสม
|
|
|
|
|