|
|
|
 |
คอนกรีตประเภทนี้ ออกแบบให้เหมาะสมกับงานที่ต้องการกำลังอัดในช่วงต้นสูง ในขณะที่ต้องคงคุณสมบัติที่ดีในด้านอื่น เช่น ค่าการยุบตัว ระยะเวลาการก่อตัว ส่วนผสมคอนกรีตประเภทนี้มีการผสม สารลดปริมาณน้ำที่ใช้ในส่วนผสม และหน่วงการก่อตัว หรือ สารลดปริมาณน้ำอย่างมาก ตามมาตรฐาน ASTM C 494 ขึ้นอยู่กับค่ากำลังอัด และค่าการยุบตัวที่ต้องการ การพัฒนากำลังอัดของคอนกรีต จะแตกต่างจากคอนกรีตสำหรับงานโครงสร้างทั่วไป เนื่องจากคอนกรีตสำหรับงานคอนกรีตอัดแรง จำเป็นต้องมีการพัฒนากำลังอัดในช่วงอายุ 3 - 7 วัน ซึ่งสูงกว่าคอนกรีตปกติเพื่อให้เหมาะสมกับการก่อสร้าง
|
คอนกรีตชนิดนี้เหมาะสมกับ งานคอนกรีตอัดแรงประเภท Post – tension ที่ต้องการกำลังอัดเพื่อการอัดแรงที่อายุ 3 วัน ที่ค่ากำลังอัด 240 280 และ 320 กก/ตร.ซม. หรือที่อายุและค่ากำลังอัดตามที่ลูกค้ากำหนด สำหรับค่าความยุบตัวสำหรับงานเทคอนกรีตทั่วไป และงานเทคอนกรีตด้วยปั๊ม
|
|
|
1. หลีกเลี่ยงการผสมน้ำเพิ่มที่หน้างาน เพราะจะทำให้ส่วนผสมคอนกรีตเกิดการเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้คอนกรีตเกิดการแยกตัว ขณะเทคอนกรีต เกิดปัญหาคอนกรีตเป็นฝุ่นที่ผิวหน้า เกิดปัญหาค่ากำลังอัดต่ำกว่าค่าการรับรอง
2. ในระหว่างการเทคอนกรีต ควรมีการลำเลียงคอนกรีตอย่างเหมาะสม ไม่ปล่อยคอนกรีตจากที่สูงเพื่อป้องกันการแยกตัวของคอนกรีต รวมทั้งการทำคอนกรีตให้แน่นอย่างเหมาะสม เพื่อให้คอนกรีตเข้าแบบหล่อได้อย่างสมบูรณ์ เป็นเนื้อเดียวกันไม่เกิดรูพรุนเมื่อคอนกรีตแข็งตัวแล้ว
3. หลังจากที่คอนกรีตแข็งตัวแล้ว ควรมีการบ่มคอนกรีต เพื่อลดปัญหาในเรื่องของ การแตกร้าวของคอนกรีต เนื่องจากการหดตัว
|
|
|
|
|